บทที่ 2 1.2

ซึ่งหลังจากที่ชิลินทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว เขาก็ค่อย ๆ เลื่อนสายตามองไปยังโต๊ะของลูกค้ากลุ่มก่อนหน้านี้อย่างระมัดระวัง แต่ยังไม่ทันไรชิลินก็ต้องรีบหันพรึ่บมองกลับมายังเพื่อนของเขาที่นั่งฝั่งตรงข้ามกันด้วยอารมณ์ตกใจ หลังเมื่อครู่นี้สายตาของเขาดันไปสบประสานกับใครบางคนในกลุ่มนั้นเข้าอย่างจัง

“รู้จักกันเหรอ” เจ๋งที่เห็นท่าทีแปลก ๆ ของชิลินเอ่ยถามกันเสียงแผ่ว จงใจจะให้ได้ยินแค่ในโต๊ะของทั้งคู่เท่านั้น

“เปล่า” ชิลินรีบส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปทันควัน พลางยื่นมือไปรับเมนูอาหารมาจากภรรยาเจ้าของร้านแล้วทำทีเปิดอ่านชื่อเมนูด้วยความตั้งใจ เมื่อเขายังคงสัมผัสได้ถึงสายตาของคนจากโต๊ะนั้นอยู่

นี่มันเป็นเรื่องบ้าอะไรกัน ร้านอาหารแถวมหาลัยมีเป็นร้อยเป็นพัน แต่ทำไมชิลินกับเจ้าสมุทรถึงต้องบังเอิญมากินอาหารซอมซ่อที่ดูไม่น่าเข้าแบบร้านนี้ในวันเดียวกันด้วย?นั่นเป็นเสียงโอดครวญที่อยู่ในหัวของชิลิน ขณะที่เขากำลังนั่งทำหน้านิ่งเหมือนคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากหิว ระหว่างที่เขากับเพื่อนสนิทกำลังนั่งคอยอาหารกันอยู่

“ทำไมใต้ตามึงคล้ำจังวะ เมื่อคืนมึงอ่านหนังสือจนไม่ได้นอนเลยเหรอ” ระหว่างที่กำลังนั่งรออาหารที่อาจต้องใช้เวลาเสียหน่อย เพื่อไม่ให้ความเงียบเข้าปกคลุมนานกว่านี้ เจ๋งที่นั่งฝั่งตรงข้ามกันและสังเกตเห็นความคล้ำตรงบริเวณใต้ตาของชิลินจึงได้ออกปากถามกันแบบนั้น

“อืม เมื่อคืนนี้หลับไปได้แป๊บเดียวเอง จะเรียกว่างีบก็ได้มั้ง” พูดจบ ชิลินก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบีบนวดตามต้นคอของตัวเองด้วยความเมื่อยล้า

โดยเขาก็ตั้งใจว่าหลังจากที่กินข้าวเที่ยงกับเพื่อนเสร็จก็คงจะขอตัวกลับไปนอนที่ห้องเลย เนื่องจากตอนบ่ายนี้พวกเขาไม่มีเรียนต่อแล้ว

“นี่มึงตั้งใจจะเก็บเอเลยหรือไง” อีกฝ่ายถามกัน

“เพราะกลัวว่าตัวเองจะได้เอฟต่างหาก เมื่อคืนเลยพยายามตั้งใจอ่าน” ชิลินตอบกลับไป

ซึ่งตามนิสัยพื้นฐานของชิลิน เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่มุ่งหวังว่าตัวเองจะได้เกรดที่สวยงามอยู่แล้ว ชิลินไม่อยากคาดหวังสิ่งเหล่านั้นจนทำให้เขากดดันตัวเอง เขาคาดหวังแค่ตัวเองไม่เอฟก็พอแล้ว เนื่องจากชิลินไม่อยากลงเรียนซ้ำในรายวิชานี้ให้เปลืองเงินและเสียเวลาตัวเองก็เท่านั้น

“แล้วตัดภาพมาที่กูดิ” เจ๋งพึมพำเสียงแผ่ว

“จะไปแคร์อะไรล่ะเจ๋ง ไหนบอกว่าจะเรียนให้จบพร้อมหมอไง” ชิลินสวนกลับไป เมื่อคำพูดนี้เพื่อนสนิทของเขาเคยพูดเอาไว้เมื่อสมัยที่ทั้งคู่เพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งด้วยกัน และก็ยังไม่รู้ว่าการเรียนมหาลัยมันโหดร้ายมากแค่ไหน

“แหม… ตอนนั้นกูก็พูดเล่นไหมล่ะ ถ้ากูจบพร้อมหมอแม่กูคงยกมรดกให้คนอื่นแน่” เจ๋งเอ่ย นาทีเดียวกันอาหารจานแรกที่เป็นผัดน้ำมันหอยก็ถูกนำมาเสิร์ฟไว้ที่โต๊ะของทั้งคู่พอดี

และหลังจากที่อาหารที่ทั้งคู่สั่งไปสามสี่อย่างทยอยมาเสิร์ฟครบหมดแล้ว นาทีนั้นเจ๋งและชิลินถึงค่อยได้ฤกษ์ลงมือกินมื้อเที่ยงของตัวเองด้วยความหิวโหย พร้อมพูดคุยเรื่องข้อสอบเมื่อตอนเช้าไปด้วย

ในระหว่างนั้นลูกค้าโต๊ะก่อนหน้าที่มีกันอยู่ประมาณสามถึงสี่คนก็ทยอยเดินออกจากร้านไปพอดี โดยที่มีชิลินคอยชำเลืองสายตามองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่ชื่อว่าเจ้าสมุทรที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่เรียนคนละสาขาอย่างเงียบ ๆ

เวลาต่อมาหลังจากที่หน้าท้องของชิลินเริ่มตึงแล้ว เขาที่ไม่อยากไปทำกิจกรรมใด ๆ ต่อนอกจากการพักผ่อนก็ไม่รอช้า ชิลินรีบปลีกตัวแยกออกมาจากเจ๋งที่จะไปร้านเกมต่อ เพื่อกลับมายังห้องของตัวเอง เมื่อเขาต้องการทิ้งหัวลงหมอนให้เร็วที่สุด แต่ก่อนที่ชิลินจะเดินเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นของตัวเอง เขาก็ไม่ลืมที่จะแวะเข้าร้านสะดวกซื้อเสียก่อน เนื่องจากเขาให้สัญญากับเด็กทั้งสองตัวนั้นเอาไว้แล้วว่าจะซื้อนมเปรี้ยวกับน้ำแดงขึ้นไปฝาก

อันที่จริงชิลินไม่ได้อยากจะให้ค่าหรือเลี้ยงดูกุมารทองนี้ต่อจากคุณตาเขาเลยแม้แต่นิด สังเกตได้จากในห้องเขาที่ไม่เคยมีของเล่นตั้งเอาไว้เลย แต่เพราะเมื่อเช้าทั้งคู่มีบุญคุณกับเขานี่แหละ ชิลินเลยอยากตอบแทนอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เท่านั้น

“เอาไปคนละขวดก็น่าจะพอแล้วมั้ง” เขาพูดกับตัวเองเสียงแผ่ว ระหว่างที่มือของเขาก็กำลังเอื้อมไปหยิบนมเปรี้ยวไซซ์ที่เล็กที่สุดลงใส่ตะกร้า เตรียมจะนำของที่เขาได้มาไปคิดเงินต่อ ซึ่งนอกจากจะมีน้ำแดงและนมเปรี้ยวที่เอาไว้ให้กุมารแล้ว เขาก็ยังซื้อขนมไทยที่ตัวเองโปรดปรานติดไม้ติดมือไปด้วย

ต่อมาเมื่อชิลินกลับขึ้นมายังห้องพักของตัวเองแล้ว ชิลินก็รีบวางสัมภาระของตัวเองไว้ที่เก้าอี้และเตรียมที่จะนำนมเปรี้ยวกับน้ำแดงที่เขาซื้อมาไปจัดการให้เหล่ากุมารทองในห้องตัวเองต่อ

โดยวิธีการนำของให้เหล่ากุมารมันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก ขอแค่มีธูปและรู้จักคาถาเรียกให้แก๊งกุมารออกมากินของที่เขาต้องการให้ก็เท่านั้น

“แค่นี้ก็เรียบร้อย” เมื่อเขาทำการปักหลอดลงใส่ขวดและจุดธูปเรียกให้พวกกุมารมากินนมเปรี้ยวและน้ำแดงที่เป็นของโปรดของทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว

ชิลินก็พึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินไปทิ้งตัวนั่งตรงโต๊ะอ่านหนังสือ ตั้งใจจะกินขนมหวานที่เพิ่งซื้อมาเสียก่อน จากนั้นเขาถึงค่อยกระโดดขึ้นเตียงเพื่อนอนกลางวัน

กรุ๊งกริ๊ง ๆ~ ทว่าในจังหวะที่ชิลินกำลังจะตักขนมหวานคำแรกเข้าปาก ทันใดนั้นเขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเขาได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งที่มาจากกำไลข้อเท้าของพวกเหล่ากุมาร

“แม่จ๋ากำลังกินไลหยอ” นั่นเป็นคำทักทายจากนมสด กุมารทองผมบลอนด์ตาฟ้าราวกับเด็กฝรั่งที่ออกมาปรากฏตัวให้เห็นเป็นตนแรก เมื่อเจ้าตัวเล็กเห็นว่าชิลินกำลังจะกินขนมหวานสีสันสดใส

“ขนม” เขาตอบเสียงห้วนตามประสาคนที่ไม่อยากเสวนากับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ากุมารทองนัก

“แล้วอร่อยป่าว”

“อร่อย”

“หยั่ม ๆ”

“…”

“แล้วรสชาติมันเปนไงหยอแม่ แม่บรรยายหั่ยหนูฟังดั่ยป่าว” นมสดถามกันทั้งตาใส โดยนั่นก็ทำให้ชิลินต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อดูเหมือนว่าเขาจำเป็นจะต้องแบ่งสิ่งนี้ให้แก๊งกุมารน้อยกินด้วยกันเสียแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป